ทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์


 1. สมุดบันทึกข้อมูลโครงงาน
  สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำโครงงาน ควรบันทึกข้อมูลถูกต้อง มีรายละเอียดที่ชัดเจน มีเหตุมีผลและละเอียดรอบคอบซึ่งจะช่วยผู้พัฒนาในการเขียนรายงานฉบับสมบูรณ์
 2. การสื่อสาร
 ผู้พัฒนาควรสื่อสารกับอาจารย์ที่ปรึกษา นักวิจัยพี่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้การทำโครงงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งการพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้พัฒนาที่จะสามารถได้แนวคิดในการทำการทดลองเพิ่ม หรือเข้าใจความเชื่อมโยงของงานและประโยชน์ของงานได้มากขึ้น
 3. การอ้างอิงข้อมูล
 ผู้พัฒนาที่ดี จำเป็นต้องมีจริยธรรมในการวิจัย ผู้พัฒนาควรจะมีการอ้างอิงงานที่เกี่ยวข้อง รูปภาพที่นำมาใช้เพื่อเป็นการให้เกียรติถึงผู้ที่ได้ทำการค้นคว้าก่อนหน้านี้

รายละเอียดเอกสารสำคัญสำหรับการทำโครงงานของวิทยาศาสตร์ที่ผู้พัฒนาต้องจัดทำ


 1. บทคัดย่อ
 ภายหลังสิ้นสุดการค้นคว้าและการทดลอง ผู้พัฒนาต้องเขียนบทคัดย่อ ประมาณ 1 หน้า บทคัดย่อประกอบด้วย (1) วัตถุประสงค์การทดลอง (2) กระบวนการทดลอง (3) ข้อมูล (4) สรุปผลการทดลอง (5) การประยุกต์ใช้งาน (ถ้ามี) อาจจะอ้างอิงถึงงานที่ทำมาก่อนหน้านี้ได้ แต่บทคัดย่อควรเน้นงานที่ทำในปัจจุบันและไม่ควรรวมกิตติกรรมประกาศหรืองานวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา
2.  รายงานฉบับสมบูรณ์
 รายงานฉบับสมบูรณ์ควรจัดเตรียมควบคู่กับสมุดบันทึกข้อมูลโครงงาน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง รายงานฉบับสมบูรณ์ช่วยในการจัดข้อมูลและลำดับความคิด  รายงานฉบับสมบูรณ์ควรประกอบด้วย
1) หน้าปก   ปกควรประกอบด้วย  ชื่อโครงงาน (ภาษาไทยและอังกฤษ)  ชื่อ-นามสกุลผู้พัฒนาโครงงาน  ระดับการศึกษา  สถานศึกษา  ที่อยู่ (ที่บ้าน)  โทรศัพท์  โทรสาร  อีเมล์
2) สารบัญ
3) บทคัดย่อ    
4) การทดลอง   บรรยายรายละเอียดกระบวนการที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลและการสังเกต  รายงานควรจะละเอียดเพียงพอที่ผู้อื่นสามารถที่จะทำการทดลองใหม่จากข้อมูลในรายงานได้ อาจเพิ่มเติมภาพถ่ายหรือภาพวาดของอุปกรณ์ที่ออกแบบเองก็ได้
5) บทวิเคราะห์   เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในรายงาน ผลการทดลองและสรุปผลควรมาจากข้อมูลที่ได้อย่างมีเหตุมีผล ละเอียดรอบคอบ แสดงให้ผู้อ่านเห็นถึงลำดับความคิดและรู้ในสิ่งที่ท่านได้ทำ เปรียบเทียบผลการทดลองที่ได้จริงกับค่าทางทฤษฎี ข้อมูลที่มีการตีพิมพ์ ความเชื่อโดยทั่วไป หรือผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อภิปรายถึงความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ข้อมูลมีการผันแปรอย่างไรบ้างในการทดลองที่เหมือนกันหลายๆ ครั้ง ผลการทดลองจะแตกต่างอย่างไรหากไม่ได้มีการควบคุมตัวแปรบางตัว จะทำการทดลองที่ต่างกันอย่างไรหากสามารถทำโครงงานใหม่อีกครั้ง การทดลองอื่นใดบ้างที่ควรทดสอบเพิ่มเติม
6) สรุปผล   สรุปผลการทดลองโดยย่อ ระบุเฉพาะเจาะจงลงไป ไม่ควรเขียนแบบกว้างจนเกินไป หลีกเลี่ยงการแนะนำสิ่งใหม่ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้
7) กิตติกรรมประกาศ   ควรให้เกียรติและระบุชื่อผู้ที่ช่วยเหลือในการทำโครงงาน รวมทั้งบุคคล บริษัท สถานศึกษาและสถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทุนสนับสนุนหรือวัสดุที่ได้รับ
8) บรรณานุกรม   บรรณานุกรมหรือหนังสืออ้างอิง ควรระบุถึงแหล่งข้อมูลที่ไม่ใช่ผลงานของตนเอง เช่น หนังสือ บทความวิชาการ บทความในวารสารทางวิทยาศาสตร์หรืออื่นๆ อินเทอร์เน็ต โดยใช้การอ้างอิงที่ถูกต้องตามรูปแบบ
3.  การแสดงผลงาน
 ผู้พัฒนาต้องสามารถให้ความรู้และดึงดูดให้ผู้อื่นสนใจ สามารถทำให้กรรมการและผู้สนใจเข้าใจการค้นคว้าและผลการทดลองของตน ใช้พื้นที่เพื่อการจัดแสดงที่สั้นและเข้าใจง่าย หัวข้อควรชัดเจนเด่นชัด กราฟและแผนภูมิต้องชัดเจนและอ้างอิงให้ถูกต้อง
1) ผลงานที่จัดแสดงต้องเป็นงานในปีนี้เท่านั้น
2) ชื่อโครงงานที่ดี  ชื่อโครงงานมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดึงดูดความสนใจ ชื่อโครงงานที่ดีควรบ่งบอกถึงงานวิจัยของผู้พัฒนาอย่างถูกต้องและเรียบง่าย ชื่อโครงงานควรดึงดูดให้ผู้อื่นต้องการเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับโครงงานของท่าน
3) รูปถ่าย  หลายโครงงานมีอุปกรณ์บางส่วนที่ไม่อาจจัดแสดงในงานได้อย่างปลอดภัย ผู้พัฒนาอาจถ่ายภาพส่วนสำคัญของการทดลองเพื่อใช้ในการจัดแสดง
4) เป็นระเบียบ  การจัดแสดงผลงานควรเรียงลำดับอย่างมีเหตุผลและอ่านง่าย ผู้ชมควรสามารถเห็นชื่อโครงงาน การทดลอง ผลการทดลอง และสรุปผลได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว  เมื่อจัดเตรียมบอร์ดควรจินตนาการว่าเราเห็นบอร์ดเป็นครั้งแรก
5) ดึงดูดสายตา  จัดบอร์ดให้โดดเด่น ใช้หัวเรื่อง แผนภูมิและกราฟที่ประณีตและมีสีสันเพื่อจัดแสดงโครงงาน อุปกรณ์ที่ทำเองภายในบ้าน กระดาษจัดบอร์ดและเครื่องเขียนที่มีสีสันช่วยในการจัดแสดงโครงงาน เอาใจใส่เป็นพิเศษในการระบุชื่อและอ้างอิงกราฟ แผนภูมิและตาราง ผู้ชมควรสามารถเข้าใจสิ่งที่จัดแสดงโดยไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติม
6) เอาใจใส่เป็นพิเศษในการระบุชื่อและอ้างอิงกราฟ/แผนภูมิ/ตาราง เอกสารใดที่อ้างอิงมาจากที่อื่นต้องมีการอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน ในกรณที่มีภาพถ่ายบุคคลอื่นหรือรูปภาพนอกเหนือจากผู้พัฒนา ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร